[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับเข้าสู่โรงเรียนบ้านเลิงแฝกโพนทองพัฒนา
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 3 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

link banner
e-Learning

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ย้อนรอย 10 แข้งผู้ดี ที่ย้ายทีมแพงที่สุดในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม  VIEW : 6    
โดย

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 57
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 6
Exp : 10%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 103.117.20.xxx

 
เมื่อ : ศุกร์์ ที่ 6 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2562 เวลา 10:09:16    ปักหมุดและแบ่งปัน

10. แอนดรอส ทาว์นเซนด์ - 14.1 ล้านปอนด์
Aston Villa v Newcastle United - Premier League
จาก ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไป นิวคาสเซิล
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2015/16
ตำแหน่ง ปีก
ปีกดาวรุ่งจากอคาเดมีของ ไก่เดือยทอง หลังจากถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012-13 เจ้าตัวไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอเท่าใดนัก ทำให้ต้องนั่งเป็นตัวสำรองซะเป็นส่วนใหญ่ กระทั่ง เดือนมกราคม ปี 2016 นิวคาสเซิล ตัดสินใจควักเงินก้อนโตกว่า 14 ล้านปอนด์ กระชากตัว ปีกเลือดผู้ดี รายนี้ ไปร่วมทัพ แต่แล้วในซัมเมอร์ถัดมาเจ้าตัวก็ย้ายทีมอีกครั้งไปอยู่กับ คริสตัล พาเลซ และอยู่กับ ดิ อีเกิลส์ ยาวจนมาถึงปัจจุบัน
9. จอนโจ เชลวีย์ - 14.4 ล้านปอนด์
Jonjo Shelvey
จาก สวอนซี ไป นิวคาสเซิล
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2015/16
ตำแหน่ง กองกลาง
อดีตดาวรุ่งที่ ลิเวอร์พูล เคยซื้อตัวมาปลุกปั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะปล่อยตัวให้กับ สวอนซี ในช่วงหน้าร้อนปี 2013 ซึ่งกับ ทีมหงส์ขาว เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีม จนทำให้ นิวคาสเซิล ไม่รอช้า รีบควักเงิน 14.4 ล้าน เพื่อแลกกับ กองกลางห้องเครื่องชาวอังกฤษ รายนี้ ในเดือนมกราคม ปี 2016
8. เจอร์เมน เดโฟ - 14.7 ล้านปอนด์
FBL-ENG-PR-TOTTENHAM-CRYSTAL PALACE
จาก พอร์ทสมัธ ไป ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์  
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2008/09
ตำแหน่ง กองหน้า
หัวหอกที่ปัจจุบันอายุปาเข้าไป 37 ปีแล้ว แต่ยังคงโลดแล่นในวงการลูกหนังอยู่ ซึ่งเจ้าตัวแจ้งเกิดกับ เวสต์แฮม ก่อนที่ สเปอร์ส จะคว้าตัวมาร่วมทัพในปี 2004 จนในเดือนมกราคม ปี 2008 ก็ปล่อยตัวให้ พอร์ทสมัธ ไป แต่หลังจากนั้นก็ซื้อตัวหลับมาใช้งานอีกครั้งในช่วงหน้าหนาวต้นปี 2009 ด้วยค่าตัวกว่า 14.7 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
ซึ่งหลังจากนั้นในปี 2014 เพชรฆาตรตัวจิ๋ว รายนี้ ก็ย้ายไปเล่นที่ สหรัฐอเมริกา 1 ปี และกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งกับ ซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะหมดสัญญาและเป็น บอร์นมัธ ที่ดึงตัวไปร่วมทีม โดยในปัจจุบันถูกส่งไปให้ กลาสโกว เรนเจอร์ส ยืมตัว ซึ่งเจ้าตัวก็ยังสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง
7. เอมิล เฮสกีย์ - 14.85 ล้านปอนด์
Liverpool's Emile Heskey (R) jumps over 
จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไป ลิเวอร์พูล 
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 1999/00
ตำแหน่ง กองหน้า
หัวหอกร่างยักษ์อดีตเด็กปั้นของ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้ดีกับต้นสังกัด และเป็น ลิเวอร์พูล ที่ควักเงินเกือบ 15 ล้านปอนด์ ดึงตัว กองหน้าตัวรับ รายนี้มาร่วมทีมในเดือนมกราคม ปี 2000 ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงมากในสมัยนั้น โดยหลังจาก 4 ปีในถิ่น แอนฟิลด์ เจ้าตัวก็พเนจรไปอยู่กับทั้ง เบอร์มิงแฮม แอสตัน วิลลา วีแกน รวมถึงเคยไปเล่นใน ออสเตรเลีย อยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาเล่นให้ โบลตัน และแขวนสตั๊ดไปเมื่อฤดูกาล 2016-17 ที่ผ่านมา
6. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ - 15.1 ล้านปอนด์
Former Liverpool Football Club and Engla
จาก ลิเวอร์พูล ไป ลีดส์ ยูไนเต็ด
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2001/02
ตำแหน่ง กองหน้า
ดาวรุ่งที่เติบโตมาจากศูนย์ฝึกของ หงส์แดง โดยแท้ ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 1993 และระเบิดฟอร์มเทพยิงประตูถล่มทลายจนได้รับฉายาว่า เดอะ ก็อด กระทั่งช่วงหลังเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด จึงทำให้ทีมตัดสินใจขาย หัวหอกขวัญใจเดอะค็อป รายนี้ ต่อให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยราคาสูงถึง 15.1 ล้านปอนด์ ในช่วงหน้าหนาวซีซั่น 2001-02
จากนั้นเจ้าตัวก็ย้ายไปเล่นให้กับอีกหลายสโมสรในเวลาต่อมา เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาร์ดิฟฟ์ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส รวมถึงเคยมาเล่นใน ประเทศไทย กับสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกด้วย
5. รอสส์ บาร์คลีย์ - 15.1 ล้านปอนด์
FBL-ENG-PR-CHELSEA-BRIGHTON
จาก ​เอฟเวอร์ตัน ไป เชลซี  
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2017/18
ตำแหน่ง กองกลาง
ดาวรุ่งสังกัด ท็อฟฟีสีน้ำเงิน โดยแท้อีกหนึ่งรายที่ฟอร์มค่อนข้างโดดเด่นกับต้นสังกัด และเป็นที่หมายตาของทีมยักใหญ่มากมาย กระทั่งเป็น เชลซี ที่คว้าตัวกองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษ รายนี้ ไปร่วมทีมในเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักต้องพักยาวแม้กระทั่งหลังจากย้ายมาร่วมถิน สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาก็ยังต้องพักรักษาอยู่อีกร่วมเดือน 
แต่จนถึงตอนนี้ บาร์คลีย์ ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเดิมสมัยอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน กลับมาได้เลย ทำให้ต้องนั่งเป็นตัวสำรองข้างสนามซะส่วนใหญ่หลังจากหายเจ็บกลับมา
4. โดมินิค โซลันกี้ - 19 ล้านปอนด์
Dominic Solanke
จาก ลิเวอร์พูล ไป บอร์นมัธ
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2018/19
ตำแหน่ง กองหน้า
อดีตเด็กปั้นจากอคาเดมีของ เชลซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับทีมเยาวชน แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ไม่สามารถเบียดขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ กระทั่งหมดสัญญา จึงเป็น หงส์แดง ที่รับช่วงต่อ แต่ก็อีกเช่นเคยที่ไม่มีพื้นที่กับกับดาวรุ่งรายนี้ กระทั่ง ถูกขายต่อให้กับ บอร์นมัธ ในเดือนมกราคม ปี 2019 ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 19 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว
3. ดาร์เรน เบนท์ - 19.3 ล้านปอนด์
Darren Bent
จาก ซันเดอร์แลนด์ ไป แอสตัน วิลลา
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2010/11
ตำแหน่ง กองหน้า
อดีตหัวหอกจาก อิปสวิช ทาวน์ เริ่มมีชื่อเสียงหลังจากย้ายไปอยู่กับ ชาร์ลตัน และมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการย้ายมาอยู่กับ สเปอร์ส แต่เจ้าตัวไม่ประสบความสำเร็จกับ ไก่เดือยทอง เท่าใดนัก จึงถูกขายต่อให้ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งที่นั่นเขากลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งจน แอสตัน วิลลา ยอมควักเงินกว่า 19.3 ล้านปอนด์ ทุ่มซื้ออดีตศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ รายนี้ไปร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 
2. ธีโอ วัลคอตต์ - 20.2 ล้านปอนด์
Theo Walcott
จาก อาร์เซนอล ไป ​เอฟเวอร์ตัน 
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2017/18
ตำแหน่ง ปีก / กองหน้า
อดีตวันเดอร์คิดผู้สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลอังกฤษ โดยการที่ อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือ ปืนใหญ่ ในขณะนั้น ควักเงินกว่า 9.5 ล้านปอนด์ ซื้อตัวดาวรุ่งที่ขณะนั้นวัยเพียง 17 ปี เข้ามาสู่ทีมในปี 2005/06 ซึ่งหลังจากนั้นแม้จะมีช่วงพีคอยู่บ้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถรักษาฟอร์มให้สม่ำเสมอได้ แถมยังได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งทำให้ผลงานไม่ต่อเนื่อง กระทั่งเดือนมกราคม ปี 2017/18 เจ้าตัวถูกขายต่อให้กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 20.2 ล้านปอนด์ ปิดตำนานดาวรุ่งตลอดการในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไปแบบไม่เป็นที่จดจำเท่าใดนัก
1. แอนดี้ แคร์โรลล์ - 36.9 ล้านปอนด์
Andy Carroll
จาก นิวคาสเซิล ไป ลิเวอร์พูล 
ย้ายไปในช่วงหน้าหนาวฤดูกาล 2010/11
ตำแหน่ง กองหน้า
หลังจากต้องเสีย เฟอร์นันโด ตอร์เรส ไปให้กับ เชลซี ทำให้พวกเขาเหลือเวลาไม่มากในการหากองหน้าคนใหม่เข้ามาแทนที่ และสุดท้ายก่อนจะถึงเส้นตายวันที่ตลาดจะปิดตัวลง พวกเขาก็จัดการคว้า 2 หัวหอกคนใหม่เข้ามา โดย 1 ใน 2 คนนั้นก็คือ แอนดี้ แคร์โรลล์ หัวหอกร่างยักษ์จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ซื้อมาด้วยค่าตัวสูงถึง 36.9 ล้านปอนด์ 
ซึ่งจนถึงตอนนี้ทุกคนคงทราบดีแล้วว่า เจ้าตัวไม่ประสบความสำเร็จกับ หงส์แดง รวมถึงกับ เวสต์แฮม หลังจากนั้นด้วย แม้ในปัจจุบัน เจ้าตัวกลับมาอยู่กับ สาลิกาดง อีกครั้ง แต่เขาเองก็ยังไม่เคยได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงเลยแม้แต่เกมเดียวในซีซั่นนี้



สนับสนุนโดยเว็บไซต์ ufabet