[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับเข้าสู่โรงเรียนบ้านเลิงแฝกโพนทองพัฒนา
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 3 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

link banner
e-Learning

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google

  

  หมวดหมู่ : บทความทางวิชาการ
เรื่อง : พลังงานมีวันหมด ใช้อย่างไร ให้ยั่งยืน
โดย : admin
เข้าชม : 363
พฤหัสบดี ที่ 11 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2556 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

   ทุกวันนี้เรามีชีวิตที่สุขสบายได้ด้วยสรรพสิ่งที่ล้วนต้องใช้พลังงาน (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ซึ่งพลังงานในโลกนี้มีอยู่ 2 ประเภทที่นำมาใช้ได้คือ

               พลังงานที่ใช้แล้วหมดไปหรือพลังงานฟอสซิล ได้แก่ น้ำมัน รวมทั้งหินน้ำมัน ทรายน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ใช้แล้วหมดไปและหามาทดแทนไม่ทันการใช้ พลังงานนี้มักอยู่ใต้ดิน ถ้าไม่ขุดขึ้นมาใช้ตอนนี้ก็เก็บไว้ให้ลูกหลานใช้ได้ในอนาคตจึงเรียกเป็นพลังงานสำรองด้วย

               พลังงานหมุนเวียน คือพลังงานที่ใช้ไม่หมด หรือสร้างขึ้นทดแทนได้ เช่น วัตถุดิบจากพืชและสัตว์ ไม้ แกลบ ชีวมวล (มูลสัตว์และก๊าซชีวภาพ) น้ำ (จากเขื่อนใช้ผลิตไฟฟ้า) แสงอาทิตย์ (ใช้เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้) ลม (ใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้า) และคลื่น (แรงกระแทกใช้กังหันหมุนผลิตไฟ) เป็นต้น

               ดูเหมือนโลกเรามีพลังงานมากมายให้เลือกใช้ แต่ที่ผ่านมาเรากลับใช้ “พลังงานที่ใช้หมดไป” เป็นหลักสำหรับประเทศไทยกระทรวงพลังงานคาดว่าในปี 2556การใช้พลังงานโดยรวมเกือบทุกประเภทจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.4 % เมื่อเทียบกับปี 2555 คุณทราบไหมว่าประเทศไทยใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) เกือบ 7.7 ล้านตันต่อปี ใช้น้ำมันเบนซินกับวันละ 21.9 ล้านลิตร ใช้น้ำมันดีเซลวันละ 57.4 ล้านลิตร นับเป็นปริมาณมหาศาลที่ใช้หมดภายในวันเดียวทั้งๆ ที่กว่าจะกลายเป็นน้ำมันและก๊าซให้เราใช้ต้องสะสมนานนับล้านๆ ปี

hi600
 จากการสำรวจแหล่งพลังงานภายในประเทศของกรมทรัพยากรธรณีเมื่อปี 2540 พบว่าหากเรายังคงใช้พลังงานในอัตราเท่าปัจจุบัน ประเทศไทยจะมีพลังงานสำรองของถ่านหินลิกไนต์ใช้ได้อีกไม่ถึง 30 ปี ก๊าซธรรมชาติใช้ได้อีกราว 20 ปี ซึ่งในแต่ละปีเราต้องนำเข้าเชื้อเพลิงต่างๆ เป็นเงินมหาศาลและจากพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยของคนไทยในปัจจุบัน ทำให้พลังงานสำรองของประเทศอาจจะหมดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

               พลังงานที่สูญเสียและสิ้นเปลืองส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการใช้ของเราทุกคน ใช้โดยไม่รู้ ใช้โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าใช้ไม่ถูกต้อง และใช้ไปตามความเคยชิน มาดูกันว่าในชีวิตประจำวันของเรามีอะไรที่ควรช่วยกันแก้ไขเพื่อสงวนพลังงานให้มีใช้ตราบรุ่นลูกหลาน

►​การใช้ไฟฟ้า : สาเหตุหลักของการสูญเสียคือ เปิดทิ้งไว้แม้ไม่ได้ใช้งาน ขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมาะสม ขาดการบำรุงรักษา ตัวอย่างเช่น


               -  เลิกนิสัยเปิดเครื่องไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น
               -  ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งานและพักเที่ยงถอดปลั๊กออกทุกครั้งเพราะจะมีไฟหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ภายในตลอดเวลาทำให้เปลืองไฟ
               -  ควรเปิดไฟเฉพาะบริเวณที่ใช้งานหรือหลีกเลี่ยงต่อการเกิดอันตรายเปลี่ยนใช้หลอดประหยัดไฟ เพราะใช้พลังงานน้อยกว่าแต่ให้ความสว่างมากกว่า หลอดตะเกียบจะประหยัดไฟมากกว่าหลอดไส้ถึง 80 %
               -  เลือกและใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น โทรทัศน์ยิ่งขนาดใหญ่ยิ่งกินไฟมาก เติมน้ำในกาต้มน้ำไฟฟ้าให้พอดีกับที่จะใช้ และเลือกเครื่องใช้ที่มีฉลากประหยัดไฟ
               -  ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 – 28°c จะประหยัดไฟได้ 15 – 20 %
               -  เลิกนิสัยเปิด – ปิดตู้เย็นบ่อยๆ เพราะความร้อนจากข้างนอกไหลเข้าตู้เย็น ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักมากขึ้น
203576
►การใช้เชื้อเพลิง : ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

               -  เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ใช้ในเมืองควรใช้รถเครื่องยนต์ขนาดเล็ก
               -  ไปทางเดียวกันนั่งรถไปพร้อมกันหลายๆ คน
               -  วางแผนการเดินทาง เส้นทางลัด หรือเดินทางช่วงที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน
               -  ขับรถเท่าที่จำเป็น หากจุดหมายอยู่ใกล้ควรเลือกเดินเท้า ปั่นจักรยาน และจัดการธุระให้เสร็จในคราวเดียวที่ขับรถออกไป
               -  ลดน้ำหนักรถด้วยการเอาของไม่จำเป็นออก อย่าใส่ทุกอย่างไว้ในรถ และการตกแต่งตัวถังรถ เช่น ติดสปอยเลอร์ สเกิร์ตรอบคัน จะเพิ่มน้ำหนักโดยไม่จำเป็น การเพิ่มน้ำหนักรถเกิน 50 กิโลกรัม จะมีผลให้ระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 ลิตรสั้นลง 1 กิโลเมตร
               -  เติมลมยางให้เหมาะสม เพราะถ้าลมยางอ่อนเกินไปทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น
               -  ใช้เชื้อเพลิงที่ค่าออกเทนเหมาะสมกับรถ โดยศึกษาจากคู่มือที่ติดมากับรถ

               คุณอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วหากทุกคนตระหนักมีจิตสำนึกถึงการประหยัด ปรับนิสัยเล็กๆน้อยๆ ใส่ใจรายละเอียดในชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น ก็จะช่วยชะลอการสูญเสียพลังงานได้มหาศาลและคงมีไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้มีใช้





3.5 stars เฉลี่ย : 3.5 จาก 2 ครั้ง.

บทความทางวิชาการ5 อันดับล่าสุด

      ประโยชน์ของโยเกิร์ต 25/ต.ค./2556
      อาหารกับอารมณ์ 31/ส.ค./2556
      ไอคิว และ อีคิว 19/ก.ค./2556
      เตรียมความพร้อมกับ8อาชีพAEC หรือ ASEAN ECONOMICS COMMUNITY 15/ก.ค./2556
      พลังงานมีวันหมด ใช้อย่างไร ให้ยั่งยืน 11/ก.ค./2556